fbpx

จุดชมวิวเขาค้อ

เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ จนอาจพูดได้ว่าเป็นทะเลภูเขา เช่น เขาค้อ เขาย่า เขาใหญ่ เขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทราย เขาอุ้มแพร เป็นต้น มีจุดท่องเที่ยวให้แวะหลากหลายแห่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหารที่มีให้เลือกแบบครบครัน ทำให้เขาค้อ คือ จุดหมายปลายทางหลักในการท่องเที่ยวที่ใครหลายคนสามารถมาเที่ยวได้อย่างง่ายดาย มาเขาค้อต้องมาชมทะเลหมอก ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง สามารถชมได้จากหน้าที่พักที่มีโลเคชั่นในการชมทะเลหมอกซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำรัตนัย นอกจากนี้ยังมีจุดชมทะเลหมอกยอดนิยมอีกหลายจุด มีร้านกาแฟสวยน่าแวะถ่ายภาพอีกหลายร้าน มาเขาค้อเราต้องมาร์คจุดหลัก แวะเที่ยวที่ไหนบ้างรีวิวนี้มีคำตอบ

เขาค้อ-ภูทับเบิก

เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมของกลุ่มภูเขาน้อยใหญ่ ที่ทอดตัวเรียงรายสลับกันในภาคเหนือตอนล่าง เป็นที่ตั้งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่บนภูเขา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีเพียง 18-25 องศาเซลเซียสเท่านั้น จุดเด่นของที่นี่สำหรับผมคงเป็นทะเลหมอก ที่ทำให้การท่องเที่ยวบนถนนสายนี้แตกต่าง และมีความพิเศษในแบบที่หลายคนนึกไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นทะเลหมอกในฤดูฝน ฤดูหนาว หรือแม้กระทั่งในฤดูร้อนก็ตาม

ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างมาก จนกลาย 1 ใน UNSEEN THAILAND ที่คุณไม่ควรพลาดการไปเยือน ด้วยระดับความสูง 1,768 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิที่หนาวเย็นทั้งปีบนยอดภู และไร่กะหล่ำปลีที่กว้างใหญ่สุดลูกตา กับวิวทะเลหมอกที่ดูยิ่งใหญ่ในแบบที่คาดไม่ถึง

โดยรีวิวฉบับนี้จะเน้นถึงจุดชมวิวทะเลหมอกมากมายที่อยู่บนเส้นทางสายนี้/ภาพรวมของที่พัก/ความลับของทะเลหมอก 3 ฤดู/หลักการตามหาทะเลหมอก และไกด์ไลน์ท่องเที่ยวบนถนนสายนี้ ผ่านประสบการณ์ในการเดินทางของผม Chanomworld*

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาเริ่มต้นกันที่จุดชมวิวที่ 1 ก่อนเลย “เขาตะเคียนโง๊ะ”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

จุดชมวิวทะเลหมอกเขาตะเคียนโง๊ะ ตั้งอยู่ริมถนน 2258 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ เป็นอีก 1 จุดชมวิวบนเขาค้อ ที่อยู่ห่างจากจุดชมวิวหลักเขาค้อเพียงแค่ 16 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ขับรถไปราว ๆ 20-30 นาทีก็ถึง ถ้าเริ่มต้นจากจุดชมวิวเขาค้อให้ขับรถลงไปทางใต้ หรือเส้นทางที่มุ่งหน้าไปพระตำหนักเขาค้อ ตรงลงมาเรื่อย ๆ ตามถนน 2196 จะเจอสี่แยกใหญ่ที่เรียกว่าสี่แยกรื่นฤดี ถ้าเลี้ยวซ้ายคือไปตัวเมืองเพชรบูรณ์ ถ้าเลี้ยวขวาจะไปทุ่งแสลงหลวงให้เราเลี้ยวขวาตรงไปทางทุ่งแสลงหลวง ราว ๆ 8 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

เขาค้อ-ภูทับเบิก

ในวันที่มีทะเลหมอก เราจะได้เห็นทะเลหมอก 2 ข้างทางบนถนนที่มุ่งหน้าไปยังเขาตะเคียนโง๊ะ มาร์คจุดเขาตะเคียนโง๊ะกันดีกว่า จะมีทางโค้ง เห็นเนินเขาสูง ๆ และตรงนั้นก็จะมีทางกำลังซ่อมแซมอยู่ ไม่อย่างนั้นก็จับไมล์รถนะครับ จะได้ไม่เลยไปไกล

เขาค้อ-ภูทับเบิก

ในวันที่จุดชมวิวเขาค้อมีทะเลหมอก เขาตะเคียนโง๊ะก็จะมีทะเลหมอกเช่นกัน แต่ในวันที่เขาค้อไร้ทะเลหมอกหรือทะเลหมอกฟุ้ง เขาตะเคียนโง๊ะก็ยังมีลุ้นการเกิดทะเลหมอกได้ 50%  ทริคเบา ๆ เราสามารถไปชมวิวทะเลหมอกที่นี่ เพราะตะวันตอนเช้าขึ้นสวยมาก ๆ คำนวณเวลาชมวิว แล้วรีบขับรถกลับไปชมวิวหลักที่เขาค้อก็ได้ แต่ถ้าให้ดีชมวิวที่นี่ไปเต็มที่เลยครับ เพราะว่า วิวทะเลหมอก 360 องศา สวยและแปลกตาในแบบที่เราต้องคิดว่าทำไมเพิ่งรู้จักที่นี่

เขาค้อ-ภูทับเบิก

เรื่องที่พักจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะตั้งอยู่ตำบลหนองแม่นา มีที่พักอยู่รอบโซนนี้พอสมควร และเป็นที่พักที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกในมุมต่าง ๆ ที่เราได้มองเห็นบนยอดเขาตะเคียนโง๊ะได้เช่นกัน จะบอกว่าวิวจากที่พักสวยไม่แพ้ที่เขาค้อเลย

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาต่อกันที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 2 กันเลย “จุดชมวิว ณ วัดกองเนียม”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

จุดชมวิวทะเลหมอก ณ วัดกองเนียม เป็นทะเลหมอกที่ผมได้เห็นโดยบังเอิญ จะบอกว่าเป็นทะเลหมอกแห่งความรักก็ใช่ เพราะมันเกิดขึ้นในวันที่ผมได้พาคุณแม่ไปเที่ยวเขาค้อในช่วงวันแม่ของปีก่อน

เขาค้อ-ภูทับเบิก

และนั่นก็เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในแบบที่ใครมาเที่ยวเขาค้อต้องไม่พลาด กับวิวทะเลหมอกยามเช้าที่มาพร้อมกับแสงสีเหลืองทองของวันใหม่ โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีทะเลหมอกให้ชมได้บ่อย ๆ เป็นทะเลหมอกแบบแน่น ๆ ฟู ๆ

เขาค้อ-ภูทับเบิก

แต่ถ้ามาช่วงหน้าหนาวหรือช่วงหน้าร้อน ก็จะมีทะเลหมอกที่ไม่ฟูเหมือนตอนหน้าฝน

เขาค้อ-ภูทับเบิก

จุดชมวิวนี้อยู่ในพื้นที่ของวัดกองเนียม ตั้งอยู่ริมถนนสาย 2196 อยู่ใกล้ ๆ กับหอสมุดนานาชาติเขาค้อ หรืออยู่เยื้อง ๆ กับทางขึ้นอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาต่อที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 3 กัน “ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ)”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) อยู่เลยกิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 (ไปเล็กน้อย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร) เป็นจุดหนึ่งที่สามารถมองเห็นวิวทะเลหมอกของเขาค้อได้สวยอีกที่หนึ่ง และนอกจากวิวทะเลหมอกให้ได้เห็นแล้ว ที่นี่ยังเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ มีห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาต่อที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 4 กัน “อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 จุดนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเขาค้อมุมสูง และในวันที่ทะเลหมอกเดินทางมาถึงเราก็จะได้เห็นมุมใหม่ของทะเลหมอกที่เขาค้อได้เช่นกัน

มาต่อที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 5 “จุดชมวิวกลางเขาค้อ”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

จุดชมวิวทะเลหมอก เขาค้อริมถนน 2196 >> เป็นจุดชมวิวหลักของเขาค้อ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวริมถนนที่อยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเขาค้อ หรือจะเป็นที่ไปรษณีย์เขาค้อ หรือจะเป็นที่พักรีสอร์ทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย เป็นเส้นทางชมทะเลหมอกระยะทาง 3-5 กิโลเมตร ลากยาวไปถึงสามแยกที่เลี้ยวลงไปอ่างเก็บน้ำรัตนัย ที่พักส่วนใหญ่จะออกแบบให้เราสามารถมองเห็นวิวสวย ๆ ได้จากระเบียงบ้านหรือห้องนอนได้เลย

เขาค้อ-ภูทับเบิก

ตรงนี้จะเป็นด้านหลังของไปรษณีย์เขาค้อ

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาต่อที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 6 “ทิวสนบ้านเพชรดำ”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

จากเขาค้อเรามุ่งหน้าไปอีกเส้นทางอันซีน วิวภูเขาที่สวยไม่แพ้ที่ไหน นั่นก็คือจุดชมวิวมุมสูงบ้านเพชรดำ  หากมาจากเขาค้อก็อยู่ก่อนถึงสามแยกทุ่งสมอราว ๆ 2-3 กิโลเมตร แต่ถ้ามาจากแคมป์สนก็เลยสามแยกทุ่งสมอไป 2-3 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านเพชรดำตั้งอยู่ ทางขึ้นเป็นเนินเขาไม่ชันมากเป็นถนนลาดยางตลอดสาย วิ่งไปตามถนนคดเคี้ยวก็จะเจอจุดชมวิวทิวสนที่มองเห็นตะวันยามเช้าที่มาพร้อมกับหมอกขาวชวนฝันแบบนี้

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาต่อที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 7 “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว”

เขาค้อ-ภูทับเบิก

นอกจากจะเป็นวัดที่มีความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมท่ามกลางขุนเขาแล้ว มุมสูงที่มองเห็นจากที่นี่ยังสามารถชมวิวทะเลหมอกได้สวยไม่แพ้ที่ไหนของเขาค้อ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ทะเลหมอกในยามเช้าผุดขึ้นตามหุบเขารอบบริเวณวัด จะให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนสรวงสวรรค์เลยทีเดียว โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นทะเลหมอกของที่นี่ คือช่วงเวลาเช้า ๆ ในฤดูฝนนั่นเอง และถ้าวันไหนเราโชคดีมาก ๆ เราอาจจะได้เห็นทะเลหมอกหลังจากฝนตกในช่วงเย็น ๆ ของวันนั้นก็ได้ ส่วนหน้าหนาวโอกาสเจอทะเลหมอกโซนนี้จะน้อยมาก

เขาค้อ-ภูทับเบิก

มาต่อที่จุดชมวิวทะเลหมอกจุดที่ 8  “จุดชมวิวทะเลหมอกริมทางหลวงหมายเลข 12”

เป็นอีกหนึ่งเส้นทางชมวิวขุนเขาและทะเลหมอกริมทางหลวงหมายเลข 12 จากจุดเริ่มต้นระหว่างรอยต่อของจังหวัดพิษณุโลก-เพชรบูรณ์ จนมาถึงแคมป์สนแยกเขาค้อ ไล่ไปจนถึงทางลงเขามุ่งหน้าสู่อำเภอหล่มสัก จะเห็นวิวเทือกเขาที่สวยที่สุดอีกสายหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ตลอดทางเส้นนี้สามารถมองเห็นวิวทะเลหมอกแบบสวยงามในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงปลายฝนที่ฝนตกเยอะ ๆ มักจะมีทะเลหมอกยามเช้าให้ตื่นเต้นได้เสมอ หลาย ๆ คนอาจคิดว่าที่นี่คือทางผ่าน แต่สำหรับผมมันคืออีกหนึ่งปลายทางสำคัญไม่ว่าจะเป็นจุดพักชมวิวระหว่างทาง จุดพักรถ หรือจะเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายนี้

เขาค้อ-ภูทับเบิก

อีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกริมทางหลวงหมายเลข 12

เขาค้อ-ภูทับเบิก

หรือจะเป็นที่พักริมทาง มุมกาแฟเบา ๆ ที่ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12

เขาค้อ-ภูทับเบิก